การสนองพระราชดำริโดยหน่วยงานและอค์กรต่างๆ

1. การขอสนองพระราชดำริดดยขอพระราชานุญาต

     ได้แก่หน่วยงาน ระดับกระทรวง กรม มหาวิทยาลัย เป็นต้น

     เมื่อหน่วยงานต่างๆ มีความสนใจที่จะสนองพระราชดำริใน อพ.สธ. ให้ดำเนินการดังนี้

     1.1 ประสานงานเพื่อขอเข้าทำความเข้าใจในการสนองพระราชดำริ อพ.สธ. โดยติดต่อมาที่ รองผู้อำนวยการ อพ.สธ. หรือ เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. เพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ.

     1.2 เมื่อหน่วยงานได้ศึกาและทำความเข้าใจในแนวทางการสนองพระราชดำริอย่างถ่องแท้แล้ว ให้ทำหนังสือขอพระราชทานพระราชานุญาต พร้อมร่างรายชื่อคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อขอเข้าร่วมสนองพระราชดำริใน อพ.สธ. โดยส่งมาที่

ผู้อำนวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

อพ.สธ. สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

กรุงเทพมหานครฯ 10303

โทร/โทรสาร 0-2282-1850 และ 0-2282-0665

     จากนั้นท่านเลขาธิการพระราชวังในฐานะผู้อำนวยการ อพ.สธ. จะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชานุญาตให้ร่วมสนองพระราชดำริต่อไป (ตัวอย่างการทำหนังสือขอสนองพระราชดำริ ในภาคผนวกหน้าที่ 94)

     1.3 ขอพระราชานุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. สนองพระราชำริโดยหน่วยงานนั้นประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงาน หรือ หัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงาน และมีคณะกรรมการประกอบด้วย รองประธานซึ่งเป็นรองหัวหน้าหน่วยงาน หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และให้แต่งตั้ง เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. ทำหน้าที่เป็นรองประธานคนสุดท้าย ส่วนคณะกรรมการให้เป็นหน่วยงานย่อยให้หน่วยงานนั้นๆ ที่พร้อมดำเนินการในการสนองพระราชดำริ สำหรับฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการดำเนินงานให้เป็นหน่วยงานหรือบุคคลที่ทำหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการฯ ในหน่วยงานนั้นๆ และทาง อพ.สธ. ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นฝ่ายเลขานุการฯ ยังมีหน้าที่ในการจัดการรับผิดชอบในการจัการประชุม คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.ของแต่ละหน่วยงานในภาพรวมทั้งหมด ตัวอย่าง คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เช่น คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.สนองพระราชดำริโดยกองทัพเรือ (อพ.สธ. – ทร.) คณะกรรมการดำเนินงาน  อพ.สธ. สนองพระราชดำริโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (อพ.สธ. – กฟผ.) คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. สนองพระราชดำริโดยจังหวัดอุตรดิตถ์ (อพ.สธ. – จ.อุตรดิตถ์) เป็นต้น

     1.4 เมื่อได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าร่วมสนองพระราชดำริ พร้อมทั้งมีพระราชานุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการแล้วนั้น หน่วยงานที่สนองพระราชดำรินั้นๆ สามารถดำเนินการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนแม่บทของหน่วยงานและแผนปฏิบัติการรายปีร่วมกับ อพ.สธ.โดยมีกรอบการดำเนินงานตามแนวทางพระราชดำริและเห็นพ้องต้องกัน เพื่อขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยต่อไป

     1.5 การทำแผนปฏิบัติการรายปีงบประมาณจะนำไปสู่การจัดตั้งงบประมาณดำเนินงานประจำปี โดยในแต่ละปีให้หน่วยงานฯ ส่งรายละเอียดของแผนปฏิบัติการรายปีให้สอดคล้องกับแผนแม่บทที่ทำไว้ และส่งมาให้กับ อพ.สธ.ภายในวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปีและ อพ.สธ. จะให้ความเห็นชอบว่าเป็นไปตามกรอบแผนแม่บท กรอบการดำเนินงานหรือไม่โดยให้ส่งแผนมาปฏิบัติ โดยท่านเลขาธิการพระราชวังในฐานะผู้อำนวยการ อพ.สธ. นำความกราบบังคมทูลฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยแล้วจะทำหนังสือไปยังสำนักงบประมาณเพื่อยืนยันว่า เป็นการสนองพระราชดำริใน อพ.สธ.ดังนั้นการทำกรอบแผนแม่บท แผนปฏิบัติ จึงต้องเป็นไปตามกรอบกิจกรรมของ อพ.สธ. แนวทางการดำเนินงาน การจัดทำงบประมาณที่ประหยัดโปร่งใส และใช้เฉพาะในงานของ อพ.สธ.เท่านั้น

2. การสมัครเข้ามาสนองพระราชดำริโดยไม่ต้องมีพระราชานุญาต แต่โดยการพิจารณารับโดยผู้อำนวยการ อพ.สธ.

     2.1 องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล ในแผนแม่บทระยะ 5 ปีที่ห้า อพ.สธ. มีแนวทางการดำเนินงานในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรท้องถิ่นที่สำคัญ นำไปสู่การเรียนรู้ การใช้ประโยชน์ และการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในท้องถิ่น อพ.สธ. จึงเชิญชวนให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นสมัครเข้ามาสนองพระราชดำริโดยตรงกับทาง อพ.สธ. โดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลตำบล ซึ่งสามารถสนองพระราชดำริ ใน 3 กรอบการดำเนินงาน 6 กิจกรรม และดำเนินการใน 3 ฐานทรัพยากร (ทรัพยากรชีวภาพ, ทรัพยกรกายภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา) โดยที่มีคณะกรรมการดำเนินงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น อพ.สธ. – ตำบลที่สนองพระราชดำริ

     โดยที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาบตำบล สามารถทำหนังสือเข้ามาสนองพระราชดำริโดยตรง ดังตัวอย่างในภาคผนวกหน้า 88 การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น  อพ.สธ. – ตำบลที่ร่วมสนองพระราชดำริ จัดทำแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเรื่องการทำฐานทรัพยากรท้องถิ่นตำบลที่สนองพระราชดำริ (ตัวอย่างในภาคผนวกหน้า 90) และนำไปสู่การประเมินเพื่อรับการประเมินรับป้ายพระราชทาน ในการสนองพระราชดำริในงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น

     2.2 การขอสนองพระราชดำริของสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาตร์โรงเรียน

     ตัวอย่างสถาบันการศึกษาได้แก่ โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย เป็นต้น รายละเอียดในแนวทางการดำเนินงานในกิจกรรมที่ 7 กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน (หน้า 20)