เกี่ยวกับโครงการ

วัตถุประสงค์ ของแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่ห้า (1 ตุลาคม พ.ศ. 2554-30 กันยายน พ.ศ.2559)

1. เพื่ออนุรักษ์พืชพรรณและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ และดำเนินการเป็นธนาคารพืชพรรณ

2. เพื่อนำพืชที่ได้สำรวจขึ้นทะเบียนรหัสต้นของพืชที่มีอยู่เดิมและหายากใกล้สูญพันธุ์เพื่อไปปลูกรักษาพันธุกรรมไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัย

3. เพื่อนำความรู้จากการศึกษาวิจัยพืชพรรณและความหลากหลายทางชีวภาพการศึกษาทรัพยากรการภาพ การสำรวจและบันทึกวัฒธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทยเพื่อสร้างฐานองค์ความรู้ทางวิทยาการ ที่จะนำไปสู่การอนุรักษ์ และพัฒนาอย่างยั่งยืน สู่เศรษฐกิจพอเพียง

4. เพื่อจัดทำศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืชรวมทั้งทรัพยากรอื่นๆ ได้แก่ ทรัพยากรชีวภาพ, ทรัพยากรกายภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา โดยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริ เช่น ศูนย์ข้อมูลพันพฤกษชาติ หอพรรณไม้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช สวนจิตรลดา และข้อมูลเกี่ยวกับพันธุกรรมพืชของหน่วยงานต่างๆ สื่อถึงกันในระบบเดียวกัน

5. เพื่อปลูกฝังสร้างให้เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และทรัพยากรธรรมชาติ รักษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย

6. เสริมสร้างสนันบสนุนให้เกิดเครือข่ายระดับต่างๆ ในการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากร

พื้นที่ดำเนินการของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ

     พื้นที่ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ให้สอดคล้องกับแผนแม่บท อพ.สธ. นั้น มีหลายลักษณะ

ก.พื้นที่ที่ใช้แนวทางดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บท อพ.สธ.

     ได้แก่พื้นที่ในกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช ใช้พื้นที่เป็นเป้าหมายหลัก เพื่อดำเนินงานในกิจกรรมสำหรับพื้นที่มาสนองพระราชดำริในกิจกรรมนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการนำพื้นที่นั้นเข้ามาน้อมเกล้าฯ ถวาย เพื่อให้เป็นทรัพย์สินของ อพ.สธ. สำนักพระราชวัง แต่หมายถึงเป็นพื้นที่ที่ดำเนินการใช้แนวทางการดำเนินงานในกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช และในอนาคตถ้าหน่วยงานนั้นๆ มีนโยบายในการใช้พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช เพื่อกิจกรรมอื่นๆ ทางหน่วยงานสนองพระราชดำริฯ นั้นๆ สามารถดำเนินการแจ้งความประสงค์เปลี่ยนแปลงขนาดและขอบเขตพื้นที่มายัง อพ.สธ. แต่ในกรณีที่เป็นพื้นที่ล่อแหลมต่อการสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าอาจต้องมีการขอพระราชวินิจฉัย

ข. พื้นที่น้อมเกล้าฯ ถวาย

- กรณีที่เป็นหน่วยราชการ หน่วยราชการที่น้อมเกล้าฯ ถวาย พื้นที่นั้นต้องมีเจ้าของพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฏหมาย ผู้มีอำนาจสูงสุดของหน่วยราชการนั้นจะต้องเป็นผู้ลงนามในหนังสือน้อมเกล้าฯ ถวาย และต้องกำหนดขอบเขต มีแผนที่แสดงพื้นที่ส่วนที่น้อมเกล้าฯถวายชัดเจน

- กรณีที่เป็นเอกชนอาจน้อมเกล้าฯ ถวายสิทธิการใช้พื้นที่ดินของตน พื้นที่นั้นต้องมีเจ้าของพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฏหมาย โดยมีการกำหนดสิทธิการใช้พื้นที่ดินของตน กำหนดระยะเวลาเพื่อเป็น “โครงการสมทบ” สำหรับโครงการ อพ.สธ. เช่นในกิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช โดยให้ปลูกรักษาพันธุกรรมพืช โดยสิทธิครอบครองที่ดินยังเป็นของเอกชนผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย แต่สิทธิและความรับผิดชอบในต้นพันธุกรรมพืช เป็นของ อพ.สธ.(เฉพาะพื้นที่ที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฏหมาย)

- กรณีการน้อมเกล้าฯ ถวานพื้นที่ของเอกชน) และทรงมีพระกรุณารับไว้แล้วเป็นของโครงการ อพ.สธ. สำนักพระราชวัง ซึ่งหมายถึงการที่ทรงพระกรุณารับไว้นั้น เป็นการทรงรับทางพฤตินัย ผู้ที่น้อมเกล้าฯ ถวาย จะต้องดำเนินการต่อทางนิตินัยเพื่อถวายสิทธิ และให้การใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นไปเฉพาะเพื่อ โครงการ อพ.สธ. สำนักพระราชวัง

ตัวอย่างการดำเนินงานในพื้นที่ของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริและมีพระราชวินิจฉัยแล้วได้แก่ พื้นที่เกาะแสมสาร และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เขาหมาจอ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดย อพ.สธ. – ทร. พื้นที่ กองการเกษตรและสหกรณ์สำนักงานทหารพัฒนาหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีโดย อพ.สธ. – นทพ.

สำหรับการดำเนินงานและพัฒนาในพื้นที่ยังไม่มีพระราชดำริหรือพระราชวินิจฉัยหรือที่มีแนวคิดการดำเนินงานในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อพ.สธ. ประสานการดำเนินงานกับจังหวัดหน่วยงานต่างๆ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาวางแผนดำเนินงาน ทั้งนี้ให้พิจารณาความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่ที่จะดำเนินงาน ความพร้อมของหน่วยงาน ศักยภาพของหน่วยงาน และทรัพยากรดำเนินงานโดยให้นำแผนการดำเนินงานขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยก่อน

 

กรอบแนวทางการดำเนินงาน อพ. สธ. ในภาพรวมตามแผนแม่บท อพ. สธ. ระยะ 5 ปีที่ห้า (ตุลาคม พ.ศ. 2554-กันยายน พ.ศ.2559)

        เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ อพ.สธ. จึงได้กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บท อพ.สธ.  ในระยะ 5 ปีที่ห้า (ตุลาคม พ.ศ. 2554-กันยายน พ.ศ.2559) ในภาพรวม โดยยึดพระราชดำริและแนวทางที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานไว้เป็นหลัก โดยดำเนินการต่อเนื่องจากระยะที่ผ่านมาดังนี้

1. เน้นและให้ความสำคัญกับการดำเนินงานวิชาการในทุกด้านเป็นหลัก โดยเฉพาะการดำเนินงานศึกษาทดลองวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืชที่ส่งผลและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทย

2. ให้ความสำคัญกับการพัฒนารวบรวมข้อมูลสารสนเทศในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชให้เป็นมาตรฐานสากลและเกิดประโยชน์สูงสุด

3. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการเรียนรู้ทรัพยากรและสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมควบคู่กันไปกับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการนด้านกระบวนการวางแผน การประสานดำเนินงาน การจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะงบประมาณดำเนินงานและการติดตามผลการดำเนินงาน

4. ให้การดำเนินงานตามแผนแม่บท อพ. สธ. สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่  11 (พ.ศ. 2554 - พ.ศ. 2559) ได้แก่ ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่การสร้างความสมดุลและมั่นคงของอาหารและพลังงาน ยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพบนฐานความรู้และยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อีกทั้งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ฯ ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อันได้แก่ ยุทธศาสตร์การวิจัยการสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางสังคม ยุทธศาสตร์การวิจัยการสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์การวิจัยการอนุรักเสริมสร้างและพัฒนาทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์การวิจัยการสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนานวัตกรรมและบุคลากรทางการวิจัย และ ยุทธศาสตร์การวิจัยการปฏิรูประบบวิจัยของประเทศเพื่อการบริหารจัดการความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ ทรัพยากร และภูมิปัญญาของประเทศ สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสาธารณะ ด้วยยุทธวิธีที่เหมาะสมที่เข้าถึงประชาชนและประชาสังคมอย่างแพร่หลาย

5. กรอบการดำเนินงานตามแผนแม่บท 3 กรอบ 8 กิจกรรม คือ กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร กรอบการใช้ประโยชน์ และกรอบการสร้างจิตสำนึก  

แหล่งที่มาของงบประมาณในการดำเนินงาน

1. งบประมาณของ อพ.สธ.

     อพ.สธ. เป็นหน่วยงานของสำนักพระราชวัง จึงได้รับงบประมาณจากสำนักพระราชวังในการดำเนินงานในกิจกรรมทั้ง 8 ของ อพ.สธ. และครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการและติดตามการดำเนินงานของหน่วงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ

2. งบประมาณของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ

     อพ.สธ. มีหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนไปยังแหล่งทุนต่างๆ เพื่อให้หน่วยงานสนองพระราชดำริดำเนินงานของบประมาณ หรือขอทุนสนับสนุนในการดำเนินงานสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ได้ เมื่อได้เห็นพ้องต้องกันตามเงื่อนไขต่างๆ และตามกรอบการดำเนินงานตามแผนแม่บทของ อพ.สธ. โดยที่การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการดำเนินงานใน อพ.สธ. ต้องเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติทีกำหนดไว้ของการของบประมาณ และต้องเป็นลักษณะประหยัด เหมาะสม มีความชัดเจนทุกขั้นตอน และใช้เฉพาะในการดำเนินงานสนองพระราชดำริ อพ.สธ. เท่านั้น

     2.1 งบประมาณปกติประจำของหน่วยงาน หรือขอตั้งงบประมาณเฉพาะจากสำนักงบประมาณเพื่อการร่วมสนองพระราชดำริ อพ.สธ.

     2.2 ในกรณีที่หน่วยงานขอตั้งงบประมาณ เพื่อการร่วมสนองพระราชดำริ อพ.สธ. นั้น จำเป็นต้องได้ผ่านการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ มีมติที่ประชุมและทำหนังสือแจ้งมาที่ อพ.สธ. หรือมีการประสานงานกับทาง อพ.สธ. เพื่อให้ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการพระราชวังในฐานะผู้อำนวยการ อพ.สธ. จะนำความกราบบังคมทูลฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัย และทำหนังสือประสานสนับสนุนไปยังผู้อำนวยการสำนักงบประมาณต่อไป

     2.3 งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

     2.4 งบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (กปร.) (ตามระเบียบวิธีการของบประมาณ กปร.)

 

การสนองพระราชดำริโดยหน่วยงานและอค์กรต่างๆ

1. การขอสนองพระราชดำริดดยขอพระราชานุญาต

     ได้แก่หน่วยงาน ระดับกระทรวง กรม มหาวิทยาลัย เป็นต้น

     เมื่อหน่วยงานต่างๆ มีความสนใจที่จะสนองพระราชดำริใน อพ.สธ. ให้ดำเนินการดังนี้

     1.1 ประสานงานเพื่อขอเข้าทำความเข้าใจในการสนองพระราชดำริ อพ.สธ. โดยติดต่อมาที่ รองผู้อำนวยการ อพ.สธ. หรือ เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. เพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ.

     1.2 เมื่อหน่วยงานได้ศึกาและทำความเข้าใจในแนวทางการสนองพระราชดำริอย่างถ่องแท้แล้ว ให้ทำหนังสือขอพระราชทานพระราชานุญาต พร้อมร่างรายชื่อคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อขอเข้าร่วมสนองพระราชดำริใน อพ.สธ. โดยส่งมาที่

ผู้อำนวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

อพ.สธ. สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

กรุงเทพมหานครฯ 10303

โทร/โทรสาร 0-2282-1850 และ 0-2282-0665

     จากนั้นท่านเลขาธิการพระราชวังในฐานะผู้อำนวยการ อพ.สธ. จะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชานุญาตให้ร่วมสนองพระราชดำริต่อไป (ตัวอย่างการทำหนังสือขอสนองพระราชดำริ ในภาคผนวกหน้าที่ 94)

     1.3 ขอพระราชานุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. สนองพระราชำริโดยหน่วยงานนั้นประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงาน หรือ หัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงาน และมีคณะกรรมการประกอบด้วย รองประธานซึ่งเป็นรองหัวหน้าหน่วยงาน หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และให้แต่งตั้ง เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. ทำหน้าที่เป็นรองประธานคนสุดท้าย ส่วนคณะกรรมการให้เป็นหน่วยงานย่อยให้หน่วยงานนั้นๆ ที่พร้อมดำเนินการในการสนองพระราชดำริ สำหรับฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการดำเนินงานให้เป็นหน่วยงานหรือบุคคลที่ทำหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการฯ ในหน่วยงานนั้นๆ และทาง อพ.สธ. ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นฝ่ายเลขานุการฯ ยังมีหน้าที่ในการจัดการรับผิดชอบในการจัการประชุม คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.ของแต่ละหน่วยงานในภาพรวมทั้งหมด ตัวอย่าง คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เช่น คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.สนองพระราชดำริโดยกองทัพเรือ (อพ.สธ. – ทร.) คณะกรรมการดำเนินงาน  อพ.สธ. สนองพระราชดำริโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (อพ.สธ. – กฟผ.) คณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. สนองพระราชดำริโดยจังหวัดอุตรดิตถ์ (อพ.สธ. – จ.อุตรดิตถ์) เป็นต้น

     1.4 เมื่อได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าร่วมสนองพระราชดำริ พร้อมทั้งมีพระราชานุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการแล้วนั้น หน่วยงานที่สนองพระราชดำรินั้นๆ สามารถดำเนินการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนแม่บทของหน่วยงานและแผนปฏิบัติการรายปีร่วมกับ อพ.สธ.โดยมีกรอบการดำเนินงานตามแนวทางพระราชดำริและเห็นพ้องต้องกัน เพื่อขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยต่อไป

     1.5 การทำแผนปฏิบัติการรายปีงบประมาณจะนำไปสู่การจัดตั้งงบประมาณดำเนินงานประจำปี โดยในแต่ละปีให้หน่วยงานฯ ส่งรายละเอียดของแผนปฏิบัติการรายปีให้สอดคล้องกับแผนแม่บทที่ทำไว้ และส่งมาให้กับ อพ.สธ.ภายในวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปีและ อพ.สธ. จะให้ความเห็นชอบว่าเป็นไปตามกรอบแผนแม่บท กรอบการดำเนินงานหรือไม่โดยให้ส่งแผนมาปฏิบัติ โดยท่านเลขาธิการพระราชวังในฐานะผู้อำนวยการ อพ.สธ. นำความกราบบังคมทูลฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยแล้วจะทำหนังสือไปยังสำนักงบประมาณเพื่อยืนยันว่า เป็นการสนองพระราชดำริใน อพ.สธ.ดังนั้นการทำกรอบแผนแม่บท แผนปฏิบัติ จึงต้องเป็นไปตามกรอบกิจกรรมของ อพ.สธ. แนวทางการดำเนินงาน การจัดทำงบประมาณที่ประหยัดโปร่งใส และใช้เฉพาะในงานของ อพ.สธ.เท่านั้น

2. การสมัครเข้ามาสนองพระราชดำริโดยไม่ต้องมีพระราชานุญาต แต่โดยการพิจารณารับโดยผู้อำนวยการ อพ.สธ.

     2.1 องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล ในแผนแม่บทระยะ 5 ปีที่ห้า อพ.สธ. มีแนวทางการดำเนินงานในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรท้องถิ่นที่สำคัญ นำไปสู่การเรียนรู้ การใช้ประโยชน์ และการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในท้องถิ่น อพ.สธ. จึงเชิญชวนให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นสมัครเข้ามาสนองพระราชดำริโดยตรงกับทาง อพ.สธ. โดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลตำบล ซึ่งสามารถสนองพระราชดำริ ใน 3 กรอบการดำเนินงาน 6 กิจกรรม และดำเนินการใน 3 ฐานทรัพยากร (ทรัพยากรชีวภาพ, ทรัพยกรกายภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา) โดยที่มีคณะกรรมการดำเนินงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น อพ.สธ. – ตำบลที่สนองพระราชดำริ

     โดยที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาบตำบล สามารถทำหนังสือเข้ามาสนองพระราชดำริโดยตรง ดังตัวอย่างในภาคผนวกหน้า 88 การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น  อพ.สธ. – ตำบลที่ร่วมสนองพระราชดำริ จัดทำแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเรื่องการทำฐานทรัพยากรท้องถิ่นตำบลที่สนองพระราชดำริ (ตัวอย่างในภาคผนวกหน้า 90) และนำไปสู่การประเมินเพื่อรับการประเมินรับป้ายพระราชทาน ในการสนองพระราชดำริในงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น

     2.2 การขอสนองพระราชดำริของสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาตร์โรงเรียน

     ตัวอย่างสถาบันการศึกษาได้แก่ โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย เป็นต้น รายละเอียดในแนวทางการดำเนินงานในกิจกรรมที่ 7 กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน (หน้า 20)

 

แนวทางการดำเนินงานตามกรอบการดำเนินงานของแผนแม่บท อพ.สธ.

แนวทางการดำเนินงานตามกรอบการดำเนินงานของแผนแม่บท อพ.สธ.

ตามแผนแม่บทระยะ 5 ปีที่ห้า (ตุลาคม พ.ศ 2554 – กันยายน พ.ศ. 2559)

     เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ข้างต้น จึงกำหนดแนวทางและแผนการดำเนินงานตามแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปี ที่ห้า (ตุลาคม พ.ศ. 2554 – กันยายน พ.ศ. 2559) โดยมีกิจกรรม 8 กิจกรรมที่อยู่ภายใต้ 3 กรอบการดำเนินงาน

     ถึงแม้ว่าชื่อของกิจกรรมทั้ง 8 กิจกรรมนั้นจะมีคำว่าพืชลงท้ายในทุกกิจกรรม แต่ในแผนแม่บทระยะ 5 ปีที่ห้าของ อพ.สธ. นั้นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแต่ทรัพยากรพันธุกรรมพืช แต่ยังรวมถึงทั้ง 3 ฐานทรัพยากร ได้แก่ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรำยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา


1. กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร

     เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการพัฒนาและด้านการบริหารจัดการด้านปกปักทรัพยากรของประเทศ จึงต้องมีการเรียนรู้ทรัพยากรในพื้นที่ป่าธรรมชาติดั้งเดิมที่ปกปักรักษาไว้ โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินงานได้แก่ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช และกิจกรรมที่ 3 กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช


กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช

พื้นที่เป้าหมาย

     หน่วยงานต่างๆ ที่มีพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชอยู่ในความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าดั้งเดิม ที่ไม่มีนโยบายจะเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ โดยเป็นพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ของกรมป่าไม้ ( ยกเว้นกรมป่าไม้พื้นที่มาสนองพระราชดำริในบางพื้นที่) โดยให้จัดทำแผนปฏิบัติงานปกปักพันธุกรรมพืชเป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ. และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยงานของตนให้ชัดเจน โดยระบุสาระสำคัญในการดำเนินงาน เช่น พื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงาน วิธีการและขั้นตอนการดำเนินงาน และการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติและค่าใช้จ่ายในการ เนินงาน โดยเน้นการดำเนินงานในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช ซึ่งทั้งนี้มีการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.ของหน่วยงานนั้นๆ และ อพ.สธ. เป็นผู้สนับสนุนด้านวิชาการ/บุคลากร และสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ร่วมพระราชดำริ สนับสนุนบุคลากร/นักวิจัยในการปฏิบัติงานในพื้นที่


แนวทางการดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช

1. การทำขอบเขตพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช

2. การสำรวจ ทำรหัสประจำต้นไม้ ทำรหัสพิกัด เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลในพื้นที่ของ อพ.สธ. และหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ หรือเอกชนที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริ เช่นในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ป่าที่ชาวบ้านร่วมใจปกปักรักษา ป่าในสถาบันการศึกษา ป่าในสวนสัตว์เปิดฯ ป่าในพื้นที่บริเวณเขื่อนต่างๆ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น ข้อมูลนี้นำไปจัดการและเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลในกิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช

3. การสำรวจ ทำรหัสพิกัด และค่าพิกัดของทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ นอกเหนือจากพัธุกรรมพืช เช่นสัตว์ จุลินทรีย์ ตลอดจนทรัพยากรกายภาพต่างๆ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลในพื้นที่ขององค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ หรือเอกชนที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริ

4. การสำรวจเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

5. สนับสนุนให้มีอาสาสมัครปกปักรักษาทรัพยากรในพื้นที่สถานศึกษา เช่นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ในระดับหมู่บ้าน ตำบล สนับสนุนให้ประชาชนที่อยู่รอบๆ พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช เช่นกิจกรรมป้องกันไฟป่า กิจกรรมร่วมมือร่วมใจรักษาทรัพยากรในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช เป็นต้น


*หมายเหตุ

1. ข้อมูลที่ได้จากกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชนี้ สามารถนำไปจัดการและเก็บเข้าสู่งานฐานข้อมูลในกิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช

2. กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช ใช้พื้นที่เป็นเป้าหมายหลัก เพื่อดำเนินงานในกิจกรรม

3. พื้นที่ที่นำมาสนองพระราชดำริในกิจกรรมนี้ ไม่ได้หมายความว่า เป็นการนำพื้นที่นั้นเข้ามาน้อมเกล้าฯ ถวาย เพื่อให้เป็นทรพย์สินของ อพ.สธ. สำนักพระราชวัง แต่หมายถึงเป็นพื้นที่ดำเนินการโดยหน่วยงานนั้นๆ ที่เป็นเจ้าของ แต่ใช้แนวทางการดำเนินงานในกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช และในอนาคตถ้าหน่วยงานนั้นๆ มีนโยบายในการดำเนินการปรับปรุงหรือต้องการใช้พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช เพื่อกิจกรรมอื่นๆ ทางหน่วยงานสนองพระราชดำริฯนั้นๆ สามารถดำเนินการแจ้งความประสงค์มายัง อพ.สธ. แต่ในกรณีที่เป็นพื้นที่ล่อแหลมต่อการสูญเสียทรัพยากรที่มีค่า อาจต้องมีการขอพระราชวินิจฉัยก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลง

สำหรับเรื่องการอบรมอาสาสมัคร/ประชาชน หรือนักเรียนในหมู่บ้าน ในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช ให้อยู่ในกิจกรรมที่ 8 กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช


กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช

พื้นที่เป้าหมาย

     กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชในระยะ 5 ปีที่ห้า ให้ความสำคัญกับทรัพยากรทั้งสามฐานทรัพยากร ได้แก่ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ให้การดำเนินงานในพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น ตามเกาะต่างๆ พื้นที่ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงจากป่าเป็นสวน ถนน สิ่งก่อสร้าง ต่างๆ ส่วนการดำเนินงานในพื้นที่สูงและพื้นที่ห่างไกลคมนาคม เช่น จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำปาง อพร่ น่าน และอำนาจเจริญ จะดำเนินงานในลำดับต่อมาโดยให้พิจาณาความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงานที่เป็นแกนกลางดำเนินงานในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

     อพ.สธ. ประสานและร่วมมือกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เช่น จังหวัดต่างๆ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กรมวิชาการเกษตร สถาบันการศึกษาต่างๆ ฯลฯ กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช เป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ. และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยของตนให้ชัดเจน พร้อมทักวางแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้งในเรื่องวิธีการและขั้นตอนการดำเนินงานและการบริหารจัดการโดยเน้นการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมายเดิมให้แล้วเสร็จเป็นลำดับแรก ก่อนพิจารณาขยายผลออกไป โดยแต่ละหน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบและเป็นแกนกลางดำเนินงานในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทั้งนี้มีการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ โดยมี อพ.สธ. เป็นผู้สนับสนุนด้านวิชาการ/บุคคลากร และสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ร่วมสนองพระราชดำริ สนับสนุนบุคลากร/นักวิจัยในการปฏิบัติงานในพื้นที่


แนวทางการดำเนินกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชในพื้นที่

1. การสำรวจเก็บรวบรวมตัวอย่าง ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา พื้นที่เป้าหมาย บริเวณรัศมี 50 กิโลเมตร ของหน่วยงานนั้นๆ หรือพื้นที่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาเช่น พื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างศูนย์การค้า พื้นที่สร้างถนน การขยายทางหลวงหรือเส้นทางต่างๆ พื้นที่สร้างสายไฟฟ้าแรงสูงและในพื้นที่อื่นๆ ที่จะถูกพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากสภาพเดิม

2. การเก็บรวบรวมตัวอย่างแห้ง และตัวอย่างดองเพื่อเป็นตัวอย่างในการศึกษาหรือเก็บในพิพิธภัณฑ์พืช พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

3. การเก็บพันธุกรรมทรัพยากร ตัวอย่างในพืช มีการเก็บในรูปเมล็ด ต้นพืชมีชีวิตชิ้นส่วนพืชที่มีชีวิต (เพื่อนำมาเก็บรักษาในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) และสำหรับทรัพยากรอื่นๆ สามารถเก็บตัวอย่างมาศึกษาได้ เช่น ตัวอย่างของสัตว์ จุลินทรีย์ หิน ดิน น้ำ ฯลฯ

*หมายเหตุ

     ข้อมูลที่ได้จากกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชนี้ สามารถนำไปจัดการและเก็บเข้าสู่ฐนข้อมูลในกิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช

พื้นที่เป้าหมาย

     กิจกรรมปลูกรักษาเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชโดยการนำพันธุกรรมไปเพาะและปลูกในพื้นที่ที่ปลอดภัย เช่น ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่มีอยู่ 6 ศูนย์ทั่วประเทศ พื้นที่ศูนย์วิจัยและสภานีทดลองของกรมวิชาการเกษตร พื้นที่จังหวัด พื้นที่สถาบันการศึกษา นำเข้าร่วมสนองพระราชดำริ และยังมีการเก็บรักษาในรูปเมล็ดและเนื้อเยื่อในธนาคารพืชพรรณ อพ.สธ. สวนจิตรลดา เก็บในรูปสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ในธนาคารพืชพรรณ อพ.สธ. สวนจิตรลดา และศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อพ.สธ. คลองไผ่

     อพ.สธ. ดำเนินการประสานงาน สนับสนุนด้านวิชาการร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เช่น จังหวัดต่างๆ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองทัพอากาศ กรมวิชาการเกษตร สถาบันการศึกษาต่างๆ ฯลฯ กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช เป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ. และจัดทำแผนประจำปีพาะในส่วนของหน่วยงานของตนให้ชัดเจน พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันให้ชัดเจน ทั้งในเรื่องวิธีการและขั้นตอนการดำเนินงานและการบริหารจัดการ โดยเน้นการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมายเดิมให้แล้วเสร็จเป็นลำดับแรกก่อนพิจาณาขยายผลออกไป โดยแต่ละหน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบและเป็นแกนกลางดำเนินงานในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทั้งนี้มีการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ 


แนวทางการดำเนินกิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืชในพื้นที่ปลูกรักษา

1. การปลูกรักษาต้นพันธุกรรมพืชในแปลงปลูก การปลูกรักษาต้นพืชมีชีวิตลักษณะป่าพันธุกรรมพืช มีแนวทางดำเนินงานคือ สำรวจสภาพพื้นที่และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน งานขยายพันธุ์พืช งานปลูกพันธุกรรมพืชและบันทึกผลการเจริญเติบโต งานจัดทำแผนที่ต้นพันธุกรรมและทำพิกัดต้นพันธุกรรม

2. การตรวจสอบพืชปราศจากโรคก่อนการเก็บรักษาพันธุกรรมพืชในรูปแบบต่างๆ

3. การเก็บรักษาทั้งในรูปของเมล็ด ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ในรูปของธนาคารพันธุกรรม ศึกษาหาวิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์ และทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุ์

4. การเก็บรักษาโดยศึกษาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแต่ละชนิด ศึกษาการฟอกฆ่าเชื้อ ศึกษาสูตรอาหารที่เหมาะสม ศึกษาการเก็บรักษาโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และในไนโตรเจนเหลว (cryopreservation) และศึกษาการขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

5. การเก็บรักษาในรูปสารพันธุกรรม (DNA) ของพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์เช่นการวิเคราะห์ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ การปรับปรุงพันธุ์พืช เป็นต้น

6. การสร้างสวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ สวนสาธารณะต่างๆ การปลูกพืชในสถานศึกษา โดยมีระบบฐานข้อมูล ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

7. งานขยายพันธุ์พืช งานปลูกพันธุกรรมพืชและบันทึกผลการเจริญเติบโต งานจัดทำแผนที่ต้นพันธุกรรมและทำพิกัดต้นพันธุกรรมของพืชที่ปลูก

8. ในกรณีที่เป็นพันธุกรรมสัตว์หรือจุลินทรีย์ ให้ดำเนินการให้มีสถานที่หรือห้องปฏิบัติการที่เก็บรักษาได้อย่างปลอดภัย

*หมายเหตุ

ข้อมูลที่ได้จากกิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืชนี้ สามารถนำไปจัดการและเก็บเข้าสู่งานฐานข้อมูลในกิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช


2. กรอบการใช้ประโยชน์

   เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานศึกษาวิจัยและประเมินศักยภาพของทรัพยากรต่างๆ ใน อพ.สธ. ทั้งในด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการให้ดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกัน รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ อพ.สธ. ให้เป็นเอกภาพ สมบูรณืและเป็นปัจจุบัน โดยบรรลุจุดมุ่งหมายตามแนวพระราชดำริ โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินงานได้แก่ กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช และกิจกรรมที่ 6 กิจกรรมวางแผนพัฒนาพันธุ์พืช


กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช

เป้าหมาย

     เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการศึกษาประเมินพันธุกรรมพืช และทรัพยากรอื่นๆ ที่สำรวจเก็บรวบรวมและปลูกรักษาไว้ โดยมีการศึกษาประเมินในสภาพธรรมชาติ แปลงทดลอง ในด้านสัณฐานวิทยา ขีววิทยา สรีรวิทยา การปลูกเลี้ยง การเขตกรรม สำหรับในห้องปฏิบัติการมีการศึกษาด้านโภชนาการ องค์ประกอบ รงควัตถุ กลิ่น การใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพื่อศึกษาคุณสมบัติ คุณภาพ ในทรัพยากรต่างๆ โดยการดำเนินการในกิจกรรมนี้เป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประดยชน์ทรัพยากรทั้งสามฐานทรัพยากร ได้แก่ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา มีการวางแผนและดำเนินการ วิจัยศักยภาพของทรัพยกรต่างๆ ในด้านพืชนำไปสู่การพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ สายพันธุ์จุลินทรีย์ ตามแนวพระราชดำริ และมีแนวทางนำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนโดยมี อพ.สธ. เป็นที่ปรึกษา ประสานงาน ร่วมมือ ส่งเสริม และทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการดำเนินงานด้านวิชาการและการวิจัย ร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมป่าไม้ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ฯลฯ โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายและทรัพยากรต่างๆ ในการดำเนินงานอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ เป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บท อพ.สธ. และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยของตนให้ชัดเจน พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันให้ชัดเจน ผ่านการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ 

 

แนวทางการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ในทรัพยากรต่างๆ 

1. การวิเคราะห์ทางกายภาพ เช่น ตัวอย่างดิน คุณสมบัติของน้ำ จากแหล่งกำเนิดพันธุกรรมดั้งเดิมของพืชนั้นๆ

2. การศึกษาทางด้านชีววิทยา สัณฐานวิทยา สรีรวิทยา ชีวเคมี พันธุกรรมของพันธุกรรมพืชที่คัดเลือกมาศึกษา เป็นต้น

3. การศึกษาด้านโภชนาการ องค์ประกอบของสารสำคัญในพันธุกรรมพืช ไม่ว่าจะเป็นรงควัตถุ กลิ่น ตลอดจนสารด้านเภสัชวิทยา สารที่มีฤทธิ์ต่างๆ ของพันธุกรรมพืชเป้าหมาย

4. การศึกษาการขยายพันธุ์พืชด้วยการขยายพันธุ์ตามปกติ และการขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

5. การศึกษาด้านการปลุก(พันธุกรรมพืช) เลี้ยง (ทรัพยากรชีวภาพอื่นๆ ) ให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ การศึกษาการเขตกรรมของพันธุกรรมพืชต้องการ

6. การศึกษาการจำแนกสายพันธุ์ดดยวิธีทางชีวโมเลกุล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ เพื่อเก็บเป็นลายพิมพ์ดีเอ็นเอพืชชนิดนั้นๆ ไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

7. การจัดการพื้นที่ที่กำหนดเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนา เช่น ศูนย์เรียนรู้ต่างๆ ซึ่งเป็นศูนย์ฯ ตัวอย่าง เพื่อการเรียนรู้การใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งศูนย์ฯ เหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์ให้เป็นศูนย์ฝึกอบรม ในด้านอนุรักษณ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรได้ในอนาคต

ตัวอย่างเช่น อพ.สธ. ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ อน.สธ. ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ อนุรักษ์ พัฒนาฯ และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน สู่เศริษฐกิจพอเพียง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของ อพ.สธ. เริ่มดำเนินการใน 5 ศูนย์ ของ อพ.สธ. และหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ได้แก่

1) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

2) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. จ.สระบุรี

3) ศูนย์เรียนรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. สวนอุไทยธรรม อ.รัวสิต จ.ปทุมธานี

4) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. อ.ตากฟ้า  จ.นครสวรรค์

5) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. อ.ไทนโยค จ.กายจนบุรี

( พื้นที่ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย )

กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช

เป้าหมาย

     เป็นกิจกรรมที่ดำเนินงานโดยศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช อพ.สธ. สวนจิตรลดา ร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ บันทึกข้อมูลของการสำรวจเก็บรวบรวม การศึกษา ประเมิน การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ รวมทั้งงานจัดทำฐานข้อมูลพรรณไม้แห้ง นอกจากนั้นยังรวมถึงฐานข้อมูลทรัพยากรอื่นๆ นอกเหนือจากพันธุกรรมพืช เช่น ฐานข้อมูลของสัตว์ และจุลินทรีย์ การจัดการฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ข้อมูลต่างๆ จากการทำงานในกิจกรรมที่ 1 – 4 โดยการทำบันทึกลงในระบบฐานข้อมูล เพื่อเป็นฐานข้อมูลและระบบที่เชื่อมต่อถึงกันได้ทั่วประเทศ โดยเชื่อโยงกับฐานข้อมูลทรัพยากรของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ อพ.สธ. นำไปสู่การวางแผนพัฒนาพันธุ์พืชและทรัพยากรต่างๆ โดยที่ อพ.สธ.เป็นที่ปรึกษา ประสานงาน ร่วมมือ พัฒนาการทาศูนย์ข้อมูลฯ กำหนดรูปแบบในการทำฐานข้อมูล โดยกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานในระยะๆ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยของตนให้ชัดเจน พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันให้ชัดเจน ผ่านการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.ของหน่วยงานนั้นๆ 

แนวทางการดำเนินกิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช

1. อพ.สธ.ร่วมกับหน่วยงานี่ร่วมสนองพระราชดำริ จัดทำฐานข้อมูลระบบดิจิตอลและพัฒนาโปรแกรมสำหรับระบบศูนย์ข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน เช่นโปรแกรมการจัดการฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ด้านการสำรวจเก็บรวบรวม การอนุรักษ์ การประเมินคุณค่าพันธุกรรมทรัพยากร และการใช้ประโยชน์

2. นำข้อมูลของตัวอย่างพืชที่เก็บรวบรวมไว้เดิมโดยหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริองค์กรอื่น เช่น กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น เข้าเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช อพ.สธ.

3. นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช และทรัพยากรต่างๆ เช่น ข้อมูลการปลูกรักษา ข้อมูลการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ข้อมูลวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ข้อมูลพันธุ์ไม้จากโรงเรียนสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรเงรียน เข้าเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช เพื่อการประเมินคุณค่าและนำไปสู่การวางแผนพัฒนาพันธ์พืชและทรัพยากรอื่นๆ 

4. พัฒนาการบริหารจัดการฐานข้อมูลของศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช อพ.สธ. ให้มีเอกภาพ มีความสมบูรณ์และปัจจุบัน ซึ่งหน่วยงานต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพืชจากการสำรวจเก็บรวบรวม ฐานข้อมูลพรรณไม้แห่ง ฐานข้อมูลพรรณไม้แห้ง ฐานข้อมูลสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยมี อพ.สธ. เป็นศูนย์กลางและวางแผนดำเนินงานพัฒนาเครือข่ายระบบข้อมูลสารสนเทศ อพ.สธ. ร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและใช้ร่วมกันได้อย่างกว้างขวาง อาจผ่านทางเว็บไซต์ ที่มีระบบป้องกันการเข้าถึงฐานข้อมูล

5. หน่วยงานร่วมสนองพระราชดำริ มีความประสงค์ที่จะดำเนินการแบ่งปันหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องในงาน อพ.สธ. จำเป็นต้องขออนุญาตผ่านทาง อพ.สธ. ก่อน เพื่อขอพระราชทานข้อมูลนั้นๆ และขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (การขอพระราชทานพระราชานุญาต ให้ดำเนินการทำหนังสือแจ้งความประสงค์มายัง ผู้อำนวยการ อพ.สธ. ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน)

 

กิจกรรมที่ 6 กิจกรรรมวางแผนพัฒนาพันธุ์พืช

เป้าหมาย

     เป็นกิจกรรมที่นำฐานข้อมูลจากกิจกรรมที่ 5 มาใช้ในการพิจารณาศักยภาพของพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พันธุ์จุลินทรีย์ ฯลฯ อพ.สธ. มีหน้าที่ประสานกับนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิของหน่วยงานปและสถาบันการศึกษาต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูลและคัดเลือกสายต้นเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์พืช พร้อมกับวางแผนพัฒนาพันธุ์ระยะยาวและนำแผนพัฒนาพันธุ์ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อมีพระราชวินิจฉัยและพระราชทานแผนพัฒนาพันธุ์และพันธุกรรมที่คัดเลือก ให้หน่วยงานที่มีความพร้อมนำไปปฏิบัติ พันธุ์พืชที่อยู่ในเป้าหมาย ได้แก่พันธุ์พืชสมุนไพร พันธุ์พืชพื้นเมืองต่างๆ ที่สามารถวางแผนนำไปสู่การพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเหมาะสมต่อการปลูกในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย โดยที่ อพ.สธ. เป็นที่ปรึกษาประสานงาน ร่วมมือ ในการวางแผนพัฒนา โดยกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานเป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ. และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยของตนให้ชัดเจน พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันให้ชัดเจน ผ่านการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.ของหน่วยงานนั้นๆ 

 

แนวทางการดำเนินกิจกรรมวางแผนพัฒนาพันธุ์พืช

1.คัดเลือกพันธุ์พืชที่ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาแล้วว่าควรมีการวางแผนพัฒนาพันธุ์เพื่อการใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต

2.ดำเนินการทูลเกล้าฯ ถวายแผนการพัฒนาพันธุ์พืชที่คัดเลือก เพื่อให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชวินิจฉัยและพระราชทานให้กับหน่วยงานที่มีศักยภาพในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชชนิดนั้นๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

3.ประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่มีความพร้อมในการพัฒนาพันธุ์พืชดำเนินการพัฒนาพันธุ์พืช และนำออกไปสู่ประชาชน และอาจนำไปปลูกเพื่อการค้าต่อไป

4.ดำเนินการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชใหม่ที่ได้มาจากการพัฒนาพันธุ์พืชดั้งเดิม เพื่อประโยชน์ของมหาชนชาวไทย

*หมายเหตุ

กิจกรรมนี้ครอบคลุมไปถึงการวางแผนพัฒนาพันธุ์ของทรัพยากรชีวภาพอื่นๆ ที่นอกเหนือจากพืช เช่น สัตว์ และจุลินทรีย์ เป็นต้น

 

3. กรอบการสร้างจิตสำนึก

เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยเฉพาะเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชพรรณไม้ และการอนุรักษณ์พันธุกรรมพืชของประเทศ จนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชนชาวไทย โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินงานได้แก่ กิจกรรมที่ 7 กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และกิจกรรมที่ 8 กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

 

กิจกรรมที่ 7 กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

เป้าหมาย

เป็นกิจกรรมสร้างจิตสำนึก ให้เยาวชน ประชาชนชาวไทย ให้เข้าใจถึงความสำคัญและประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่อการจัดการ การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรของประเทศ โดยที่ อพ.สธ. เป็นที่ปรึกษา ประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุนให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษา เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน อพ.สธ. ประสานงานหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ ให้ดำเนินการในกิจกรรมนี้ โดยกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานเป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บท อพ.สธ. และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยของตนให้ชัดเจน พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันให้ชัดเจนผ่านการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ.ของหน่วยงานนั้นๆ 

 

แนวทางการดำเนินกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

1.งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

เป็นนวัตกรรมของการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทย นำไปสู่การพัฒนาคนให้เข้มแข็งรู้เท่าทันพร้อมรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

1.1 อพ.สธ. กำหนดจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยสร้างจิตสำนึกให้เยาวชน นักเรียนเข้าใจถึงความสำคัญและประโยชน์ของพันธุกรรมพืช ให้รู้จักหวงแหนและรู้จักการนำไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมีคู่มือการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน สถาบันการศึกษาสามารถสมัครเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนโดยตรงมาที่ อพ.สธ. โดยสามารถติดต่อขอใบสมัครได้ที่

สำนักงาน อพ.สธ. สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต เขตดุสิต กทม. 10300

โทร. : 0-2280-8710, 0-2281-7999, 0-2281-8422 ต่อ 2219, 2220-22

โทรสาร : 0-2280-8710, 0-2281-7999, 0-2281-8422 ต่อ 2221

E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ดาวน์โหลดใบสมัครได้จากเว็บไซต์ อพ.สธ.

http ://www.rspg.or.th/botanical_school/school_bot_2.htm

 

1.2 อพ.สธ. กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยให้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยให้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นที่รวบรวมพืชพรรณไม้ท้องถิ่นและรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นของพืชพรรณ เป็นที่เก็บพรรณไม้แห้ง พรรณไม้ดอง มีห้องสมุดสำหรับค้นคว้าและนำงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ ใช้ปัจจัยพืชเป็นปัจจัยหลักในการเรียนรู้

1.3 โรงเรียนสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและชุมชน จัดทำหลักสูตรท้อถิ่นในการสำรวจจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่น (ดูรายละเอียดในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 5 ปีที่ห้า ในหนังสือจากยอดเขาถึงใต้ทะเล 4)

1.4 สมาชิกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนที่ทำอยู่เดิมให้ครบถ้วนตามสมบัติและเกณฑ์มาตรฐานที่ อพ.สธ.กำหนดและนำไปสู่การประเมินเพื่อรับป้ายพระราชทานและเกียรติบัตรฯ

1.5 การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนของสมาชิกใหม่ ควรดำเนินงานให้เป็นไปตามคุณสมบัติและเกณฑ์มาตรฐานที่ อพ.สธ. กำหนดขึ้น และรับคำแนะนำจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษา อพ.สธ. ในกิจกรรมที่ 7 

1.6 อพ.สธ. ประสานร่วมมือกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานสวนพฤกศาสตร์โรงเรียนตามแนวพระราชดำริฯ โดยคัดเลือกจากโรงเรียนสมาชิกในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ โดยเน้นและให้ความสำคัญในเรื่องกระบวนการ และผลลัพธ์การดำเนินงานเป็นหลัก อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

1.7 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิกา และสำนักมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนในการดำเนินงานร่วมกับ อพ.สธ. ร่วมกันพิจารณาและวางแผน เพื่อนำแนวทางดำเนินงาน งาน อพ.สธ. บรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนระดับต่างๆ โดยเฉพาะในระบบโรงเรียน

 

2. พิพิธภัณฑ์

เป็นการขยายผลการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยใช้การนำเสนอในรูปของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นสื่อเข้าถึงประชาชนทั่วไป ตัวอย่างเช่น

2.1 งานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ดำเนินการโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และจังหวัดต่างๆ จัดทำแปลงสาธิตการปลูกรักษาเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมพืชในลักษณะโดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกต้องและครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และพื้นที่อื่นๆ ตามความเหมาะสม

2.2 งานพิพิธภัณฑ์พืช ดำเนินการโดยหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เช่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยต่างๆ หน่วยงานเหล่านี้มีผู้เชี่ยวชาญ นักพฤกษศาสตร์ ดูแลอยู่

2.3 งานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ดำเนินการโดยหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราดำริ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา

2.4 งานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เช่น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สนองพระราชดำริ อพ.สธ.โดยกองทัพเรือ

2.5 งานพิพิทภัณฑ์ท้องถิ่น หอศิลปวัฒนธรรม ของจังหวัดและหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ

2.6 นิทรรศการถาวรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรต่างๆ 

2.7 ศูนย์การเรียนรู้

3.งานอบรม

     อพ.สธ. ดำเนินงานอบรมเรื่องงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน งานฝึกอบรมปฏิบัติการสำรวจและจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่น หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร โดยอาจจัด ณ ศูนย์ฝึกอบรมของ อพ.สธ. ร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ ที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ตัวอย่างเช่น

1) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

2) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. อ.ไทรโยค จ.กายจนบุรี

3) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. สวนอุไทยธรรม อ.รังสิต จ.ปทุมธานี

4) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์

5) ศูนย์เรียนรู้ฯ สู่เศรษฐกิจพอเพียง อพ.สธ. อ.วังม่วง จ.สระบุรี

6) ศูนย์ฝึกอบรม อพ.สธ. ลำตะคอง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

7) ศูนย์ฝึกอบรม อพ.สธ. เขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย) เขาหมาจอ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี)

8) ศูนย์ฝึกอบรม อพ.สธ. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (อพ.สธ. – องค์การสวนสัตว์ฯ)

9) ศูนย์ฝึกอบรม อพ.สธ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  จ.สุราษฎร์ธานี

*หมายเหตุ

     ถ้าหน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินงานจัดฝึกอบรมในลักษณะเดียวกันเช่นการอบรมอาสาสมัคร/ประชาชน/นักศึกษาในสถาบันการศึกษา หรือนักเรียนในหมู่บ้าน ในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช ให้อยู่ในกิจกรรมที่ 8 กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช


กิจกรรมที่ 8 กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

เป้าหมาย

     เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมสนับสนุนงานของ อพ.สธ.ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของทุนสนบสนุน หรือดำเนินงานที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของ อพ.สธ. โดยอยู่ในกรอบของแผนแม่บท อพ.สธ. นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้สมัครเข้ามาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในสาขาต่างๆ ตามถนัดและสนใจ โดยมีคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาให้คำแนะนำ และให้แนวทางการศึกษา ได้แก่ ชมรมนักชีววิทยา อพ.สธ. และชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ซึ่งจะเป็นผู้นำในการถ่ายทอดความรู้และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศให้แก่เยาวชนและประชาชนชาวไทยต่อไป โดยที่ อพ.สธ. ประสานงานหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ ให้ดำเนินการในกิจกรรมนี้ โดยกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานเป็นระยะๆ ละ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บท อพ.สธ.และจัดทำแผนประจำปีเฉพาะในส่วนของหน่วยของตนให้ชัดเจน พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันให้ชัดเจน ผ่านการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ของหน่วยงานนั้นๆ 

 

แนวทางการดำเนินกิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

1. อพ.สธ. เป็นเจ้าภาพร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริที่มีความพร้อมในการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. จัดการประชุมใหญ่ทุกๆ 2 ปีตามที่ได้พระราชทานพระราชวินิจฉัย โดยจะมีการจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการเพื่อเสนอผลการดำเนินงานของ อพ.สธ. สำหรับในระยะ 5 ปีที่ห้า กำหนดเป้าหมายในการจัดการประชุมใหญ่ดังนี้

พ.ศ. 2554 การประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ก้าวสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจ

     สถานที่ : ศูนย์ฝึกหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา

พ.ศ. 2556 การประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : นำสิ่งดีงามสู่ตาโลก

     สถานที่ : เขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ.กาญจนบุรี

พ.ศ. 2558 การประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน

     สถานที่ : มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น


     นอกจากการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการที่จัดทุกๆ สองปีนี้ ยังมีการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ระดับภูมิภาค, การร่วมจัดแสดงนิทรรศการกับหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริแต่ละหน่วยงาน, การนำเสนอผลงานวิจัยของเจ้าหน้าที่และนักวิจย อพ.สธ.ในงานประชุมวิชาการต่างๆ ระกับประเทศ เป็นต้น

2. หน่วยงานและผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนเงินทุนให้ อพ.สธ. (โดยการทูลเกล้าฯ ถวายโดยผ่านทางมูลนิธิ อพ.สธ. เพื่อใช้ในกิจกรรม อพ.สธ.)

3. การดำเนินงานของชมรมนักชีววิทยา อพ.สธ. และชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. โดยที่ อพ.สธ. สนับสนุนให้มีผู้สมัครเป็นสมาชิกชมรมฯ ตามเงื่นไขของชมรมฯ โดยที่ชมรมทั้งสอง มีการดำเนินงานสนับสนุนงานในกิจกรรมที่ 1-7 ตามแผนแม่บทของ อพ.สธ.เช่นเข้าไปศึกษาทำงานวิจัยในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช อพ.สธ. ร่วมในกิจกรรมสำรวจทรัพยากร ธรรมชาติในพื้นที่ที่ อพ.สธ.กำหนด

4. หน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ สามารถดำเนินการฝึกอบรมในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรต่างๆ เพื่อสนองพระราชดำริตามแผนแม่บท อพ.สธ. เพื่อสนับสนุนในกิจกรรมที่ 1-7 ตามแผนแม่บทของ อพ.สธ. โดยอาจมีการฝึกอบรมตามสถานที่ต่างๆ ของหน่วยงานนั้นๆ เอง หรือ ขอใช้สถานที่ของ อพ.สธ. โดยร่วมกับวิทยากรของ อพ.สธ. หรือเป็นวิทยากรของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริเอง แต่ผ่านความเห็นชอบจาก อพ.สธ.

5. การทำหลักสูตร ท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยต่างๆ ตามแผนแม่บทของ อพ.สธ.

6. การเผยแพร่โดยสื่อต่างๆ เช่น การทำหนังสือ วีดีทัศน์ เอกสารเผยแพร่ เว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์ ที่ได้รับความเห็นชอบจาก อพ.สธ. เพื่อสนับสนุนงานกิจกรรมต่างๆ ของ อพ.สธ. สามารถใช้สัญลักษณ์ของ อพ.สธ. ได้เมื่อรับการพิจารณาและเห็นชอบจาก อพ.สธ.

7. การจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการต่างๆ ของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ ในส่วนที่เผยแพร่งานของ อพ.สธ. และได้รับความเห็นชอบจาก อพ.สธ.

8. หน่วยงานเอกชน หรือบุคคลทั่วไป สมัครเป็นอาสาสมัครในการร่วมงานกับ อพ.สธ.

9. การดำเนินงานอื่นๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนงานตามกรอบแผนแม่บทของ อพ.สธ.

 

ติดต่อประสานงาน อพ.สธ.

ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์

เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ.

รองหัวหน้าสำนักงาน อพ.สธ. ฝ่ายวิชาการ

อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.